onunya's profile............。★。・'Neo Uni...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 25

    จองแล้วววว!

      
     จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ตกลงว่าไปการบินไทย
      (อย่างจำใจ เพราะ SQ เต็มแล้วทั้งชั้นธุรกิจและธรรมดาส่วนการบินไทยชั้นธุรกิจก็เต็มเหมือนกันเซ็ง)
      เพราะ ตั๋วเครื่องบินขอวีซ่านักเรียนต้องซื้อตั๋วไป-กลับซึ่งมีอายุ 1 ปีนับแต่ออกตั๋ว
      เวลานี้ของปีหน้าตูยังเรียนไม่จบเลย จะกลับมาทำซากอะไรเนี่ยเปลืองแท้ๆ อย่างเซ็ง
      เจ้าหน้าที่บอกว่าส่วนใหญ่นักเรียนจะซื้อแล้วก็ทิ้งขากลับหรือไม่ก็ขอคืนเงิน
      มาถึงตอนนี้ ทุกคนคงบอกว่า แกก็ไปขอคืนเงินสิ ใช่มะ
      ยัง....(เรื่องก็ยังไม่จบ) เป็นเพราะว่าบ้านเราจะแลกตั๋วรางวัลไปเลยทำให้ตั๋วคืนไม่ได้น่ะสิ
      เลยกลายเป็นว่าเราต้องยอมทิ้งตั๋วไปเลย(ขากลับ) บังคับกันจริงๆ
     
      สรุป>> ได้เที่ยวบินที่ TG 910 เวลา 01.10 ของวันที่ 10 กรกฎาคม 2008
      (แปลว่า...คืนวันที่ 9 นั่นแหละเข้าใจบ่? แต่เนื่องจากเวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้วจึงเป็นวันที่ 10 นั่นเอง)
     
      ส่วนอย่างอื่น ตอนนี้เอกสารขอวีซ่ามาเกือบครบแล้ว ขาดอยู่อย่างเดียว ก็คือ เอกสารเรื่องหอพักของ KCL
      ว่าจะส่งเมล์ไปทวงเหมือนกันเพราะกลัวไม่ทัน
     
      และอีกอย่าง....ได้วันสอบปากเปล่าธีซิสแล้ว วะฮะฮะ ดีใจมากๆ หลังจากรอมานานแล้วนาน ตรูจะได้จบเสียที
      สอบวันที่ 7 พฤษภาคม 2008 เวลา 15.00 น.
      ก่อนจะสอบคงตาเหลือกเตรียมพรีเซนต์ทำพาวเวอร์พอยน์+เขียนบทความส่งด้วยอีกตามเคย
      (เดี๋ยวนี้จะจบได้ต้องเขียนบทความด้วยนะเออ เขียนธีซิสมาทั้งเล่มแล้วยังมีบทความอีกจะเอาอะไรกับตรูนักหนาเนี่ย
      แล้วก็ยังต้องส่ง soft file ธีซิสเป็น PDF ด้วยนะ นอกเหนือจากที่ต้องส่งเล่มปกหนังอีกเป็นตั้ง เห้อ เรียนโทนี่มันใช้กะตังค์เยอะจริงๆ)
     
      ปล.  เพิ่งกลับจาก เที่ยวเกาะที่กระบี่ ไปทะเลแหวกมาด้วย ดำน้ำทั้งวัน สนุกสนาน
            ผลที่ได้ ตัวดำ และ เป็นจุดๆ เพราะโดนแตนทะเลกัด -_-'' [บางทีเค้าก็เรียกกันว่า ยุงทะเล หรือไรทะเลอะไรก็แล้วแต่]
            นอกจากนี้ยังอ้วนอีกด้วย เพราะว่า มีแต่กิน กิน กิน แล้วก็กิน
            ส่องกระจกแล้วสงสารตัวเองจัง 555 อ้วน ดำ หยิก ครบสูตร ยังดีที่ไม่มีสิวด้วย
    April 16

    ชีวิตวุ่นวายฮาไฮ้...

     
      ปีนี้เป็นปีที่ใช้ปฏิทินได้คุ้มค่ามากที่สุด
      ตอนนี้เต็มไปด้วยตารางที่แพลนไว้ยาวถึงปลายปีเลย
      ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงกันยายน
     
      เพิ่งไปดูตั๋วเครื่องบินมา แอบเซ็งนิดหน่อย เพราะว่าอยากไปสิงคโปร์แอร์ลายน์ (ซึ่งเป็นสายการบินพันธมิตรของการบินไทยอีกที)
      แต่เนื่องจากเราเป็นสมาชิกของการบินไทย แม้ว่าจะมีแต้มแลกตั๋วรางวัลถึงที่จะแลกตั๋วไปสิงคโปร์ฯได้ด้วย
      แต่.....ก็ดูเหมือนว่าจะไปไม่ได้ซะงั้น เพราะว่าที่นั่งโควต้าสำหรับตั๋วรางวัลเต็มแล้วตลอดอาทติย์ที่เราจะไป
      เลยเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องไปการบินไทยตามเดิมและอาจจะต้องเดินทางออกจากเมืองไทยตอนเที่ยงวันอีกต่างหาก
      เพราะเที่ยวบินกลางคืนก็เต็มอีกเช่นกัน อะไรวะเนี่ย
      แล้วยังมีเรื่องจุกจิกอย่าง เช่น จะต้องรอให้แต้มไมล์สะสมมัน update ให้เป็นปัจจุบันก่อนเราถึงจะจองตั๋วได้
      เลยต้องรอยาวไปโน่นปลายเดือนเมษานี้แน่ะ
      ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราก็เดินทางวันที่ 9 กรกฎาคน 2551 นี้อ่ะนะ ส่วนเวลาเดี๋ยวมา update กันอีกทีสายการบินไรก็ดูอีกที
     
      ตอนนี้เหมือนอะไรๆจัดการไปหลายอย่างแล้วก็จริงแต่ว่า..ดูเหมือนจะเป็นช่วงรอการติดต่อกลับจากทาง UK มากว่า
      ต้องรอ...หอพักว่าจะได้หอหรือเปล่า และได้หอไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ (ซึ่งรอมาเดือนกว่าแล้วเหนื่อยวะ)
             ...เอกสารยืนยันการเรียน Pre-sessional course ช่วงเดือนกค.ถึงก.ย.ที่กำลังเดินทางอย่างเชื่องช้าจากลอนดอนมากทม.
             ...รอไมล์สะสมของการบินไทยให้มัน updateเป้นปัจจุบัน(อย่างที่พูดมาแล้ว)จะได้ไปจองตั๋วซะที
     
      เริ่มเก็บของไปแล้ว...แอบกลุ้มใจ รู้สึกว่าทำไมของเยอะจังวะ
      ผู้หวังดีทั้งหลายเอาอะไรต่อมิอะไรมาให้เต็มไปหมด
      แต่ข้าพเจ้าแบกไม่ไหว ตอนนี้อยากจะเอาออกไปแล้วเดินตัวเปล่าๆขึ้นเครื่องจัง -_-''
     
      ผลไอเอลที่ไปสอบใหม่ครั้งที่ 1 ออกแล้ว >> ฮือฮือ ยังไม่ถึงเลยอ่ะได้เท่าเดิมอีกแล้วว่ะ 6.5 แต่ก็นะยังดีได้ 7 มาตั้ง 1 skill
      ก็ต้องสู้กันต่อไป กลับจากภูเก็ตไปถึงกทม.วันที่ 27
      28 เมษายน - 16 พฤษภาคม เรียน IELTS คอร์ส private (2 คน)
      19-30 พฤษภาคม             เรียน IELTS คอร์ส private (คนเดียว)
      แล้วในเดือนพฤษภาคมทุกเสาร์ก็จะไม่ว่างเพราะว่าเป็นวันสอบ IELTS หมดเลย และอาจจะลามไปถึงอาทิตย์แรกของมิถุนาด้วย
      เพราะว่าเป็นครั้งสุดท้าย ที่จะสามารถสอบ IELTS ที่ไทยได้ ดังนั้นจนกว่าจะไม่ไหวก็จะสอบไปเรื่อยๆ ดูบ้าๆใช่มะเพื่อนพวกแกเนี่ย -*-
    February 29

    Yahooooo!

     
    LSE Applicant progress>>
    Status of Application

    1.We are pleased to inform you that we have made you a conditional offer.
    2.We require
    documentary evidence that you have fulfilled the conditions set - see the section
    below headed 'conditions/notes'. This must be received before you can fully register.
    3.All documents are processed in the order in which they are received. If your documents
    are likely to have arrived in the last
    10 working days, please be patient -
    they will be processed shortly. As soon as they are processed
    they will appear on your record below.
    4.We have not yet received your
    acceptance of this offer.

    \\(^____________________________________^)//

    กรี๊ดดดดดดดด!!

    February 28

    I'm gonna be crazy!!

     
    สภาพจิตวันนี้
     
    ทำอะไรไม่มีสมาธิ
     
    ใจลอยไปถึงลอนดอนทุกครั้งที่ไม่ได้ตั้งสติ
     
    เผลอเป็นคลิกเวป LSE For You ทุกครั้งที่มีโอกาส
     
    Log in ไม่รู้จบสิ้นทั้งๆที่เมื่อกี้ก็เพิ่งเข้าไป
     
    หวังตลอดเวลาว่าจะมีอะไรอัพเดท
     
    จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานมั้ยเนี่ย????
    February 27

    เฮ้ย...หรือว่า..

     
     ตื้นเต้น..บอกไม่ถูก ตอนนี้มือเย็น มันจะเกิดอะไรขึ้นนะ
     อีกสองสามวันจะรู้กัน
     
     เหตุเกิดเพราะเข้าระบบ Tracking system ของ LSE แล้วพบว่า Status มันเปลี่ยนเป็น
     
      "A decision has been made on this choice and is being processed. Processing involves checking by a senior
      member of staff, and occasionally verification of one or more details by your Department. Most decisions will
      be finalised and appear here within one or two working days (remember to allow for weekends!), however
      if we require clarification from the Department your status will remain unchanged for longer periods. No
      further information is available until all checks have been completed, and the decision will be posted here
      first."
     
       หลายๆคนบอกว่าถ้าได้ status แบบนี้ ส่วนใหญ่วันรุ่งขึ้นหรืออีกสองสามวันก็จะรู้แล้ว
      โดยเฉพาะถ้าคนที่ได้ uncon offer จะรู้เลย ส่วนที่บอกว่า if we require clarification from the Department your 
      status will remain unchanged for longer periods. น่ะก็สำหรับพวกที่ได้ Conditional offer เพราะเค้าจะส่งไปให้คณะ
      ชี้แจงว่าจะเงื่อนไขมีอะไรบ้าง
     
      กรี๊ดดดดดดดดด ตื่นเต้น ช่วยด้วย นอนไม่หลับแล้ว.....!!
     
     

    ..ตอนต่อมา..

    ย้อนปัญหาเดิมซักนิดนึง เรื่องก็เป็นอย่างนี้
    ....ตอนแรกเราไปโอนเงินที่แบงก์เป็นค่าเรียน Pre-sessional coures ของคิงไป 1850 ปอนด์
    ซึ่งเป็นค่าเรียนภาษาสำหรับ 2 เดือน โดยที่ยังไม่ได้ส่งใบสมัครไปที่สถาบันภาษาของคิง
    เพราะกะว่าโอนเงินแล้วจะเอาหลักฐานแนบกับใบ app ไปเลย
    ต่อมาเย็นวันเดียวกัน ก็เกิดมานั่งเช็คอีกที
    ปรากฎว่า เราเกิดอยากจะรอผลจาก LSE ขึ้นมาก่อนจะลงเรียนเลยไประงับการโอนในวันรุ่งขึ้น
    ทางธนาคารบอกว่าจะทำเรื่อง ระหว่างรอผลจากแบงก์
    เราก็ทำใจเหมือนกันว่า เอาเหอะถ้าจะได้เรียนคิงจริงๆก็ช่าง
    เลยตัดสินใจว่าจะเรียนภาษาแม่ง 3 เดือนไปเลย (ค่าเรียนจะเท่ากับ 2600ปอนด์)
    เมื่อวานนี้ธนาคารโทรมาหาเรา(หลังจากรอนาน 1 เดือน) เพื่อบอกเราว่า
    ธนาคารที่ UK ไม่ยอมคืนให้เพราะว่ายังไม่ได้รับ consent จากคิง
    (ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เราแปลกใจอ่ะนะ เพราะว่ารู้อยู่แล้วธนาคารแม่งก็แบบนี้อยู่แล้ว
    ตอนทำงานก็เจอเคสแบบนี้บ่อยๆ..แต่ก็เสี่ยงทำเรื่องดูเผื่อจะได้)
     
    เราก็เลยตัดสินใจเมล์ไปหาคิง เพื่อจะถามว่าส่งเงินเพิ่มเพื่อนให้ครบ 2600 ปอนด์ได้มั้ย
    เพราะไหนก็มีแนวโน้มว่าจะไปเรียนคิงอยู่แล้ว....
     
    ปรากฎว่าได้รับการใส่ใจอย่างดียิ่ง ตอบเร็วเชียว
    แอบกลุ้มใจอยู่เหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่จะเป็นแบบ
    เจ้าหน้าที่ธุรการคณะที่มหาลัยหรือเปล่า?..ค่อยยังชั่วหน่อย
     
    แต่ปัญหาก็ยังคงมีต่อไป...เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ
    ไม่รู้ว่าใครงง ใครพูดจริงไม่จริงยังไงตอนนี้ บอกได้คำเดียวว่า งง
    >>>>เราเมล์ไปหาเค้าว่า

    Dear Sir/Madam,
     
    I, an oversea student from Thailand, intend to apply for the King's College Pre-sessional English course lasting for 3 month period.
    I, therefore, had limited the course fee to King's College English language center at £2600 . Unfortunately, I had tranfered money in equivalent of on  £1850, which shall not cover the course fee (£2600).
     
    Could you please advice how could I proceed to complete the payment? Is is acceptable if I tranfer another £750 to fulfill the rest before I submit the application?
     
    Otherwise, I would appliciate if you reply me to this email.
     
    I look forward to hearing from you soon. Thank you for your Kindness in advance.

    >>>>อันนี้เป็นอีเมล์ตอบจาก ELC ของ KCL
     
    Dear Onunya,
     
    Thank you for your email.  The College received £1850 from you on 22 January followed by a request to return the funds immediately which I understand they did.  I would advise you to contact your bank therefore to make sure the funds have been returned.
     
    Should you wish to apply for the Pre-sessional course, could you please complete and return an application form with a copy of your IELTS or TOEFL results.  Once I have received your documents and all is in order, I can advise you to arrange payment of the tuition fees.
     
    Best wish,
     
    Maria
     
    Maria Jackson
    Business Administrator
    English Language Centre
    King's College London
    26-29 Drury Lane
    London WC2B 5RL
     
    >>เราก็เลยเมล์กลับไปหาเค้าอีกที (ซึ่งตอนนี้ก็ได้แต่รอว่าจะตอบมาว่ายังไง)
     
    Dear Maria,
     
    Thank you for your prompt response.
     
    I was heard from the bank in last 12 hours that the money was sent to College's account and there were no consent nor actions from the College to return the course fee. Then, therefore, the fund is currently remaining in College's account. Could it be possible for you to ensure that the fund was actually returned so that I could use this in backing up my enquiries to the bank. It would be an ideal if you could forward me the correspondences between you and the bank regarding the misunderstood remittance.
     
    I thank you for your kind and I am sorry for any inconvenience occurred.
     
    Best Regards,
     
    Onunya Chanpen  

           
          ปล. วันนี้อัพยาว สงสัยจะไม่มีใครอ่านจบแฮะ
            ถึงพีวิน>>>  
             ถ้าเค้ากั๋กไว้จริงก็น่าเซ็งละคะพี่ นานมากแล้วสองเดือนกว่าอ่ะ
             เพื่อนนุ่นคนที่เค้าถูกปฏิเสธน่ะได้ตอบมาเร็วมากเลย
             ถ้าไปเรียน KCL บางทีนุ่นอาจจะเปลี่ยนMajor อ่ะพี่ อาจจะไปเรียน Inter Financial Law
            IT Law ที่ KCL มันแปลกๆอ่ะ ยังไงก็หวังว่าจะได้เจอกันที่นั่นนะคะ
    February 26

    เฮ้อ..

    จำปัญหาเรื่องเก่าของเราได้มั้ย?
    -------------------------------
    สรุปว่า
    ขอเงินคืนไม่ได้อ่ะ
    เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆด้วยว่าต้องติดต่อมหาลัยเอาเอง-_-''
    ให้เจ้าหน้าที่มหาลัยไปเซ็นยินยอมให้ปล่อยเงินคืน
    จริงๆก็รู้อยู่แล้วตอนทำงานเราก็ทำเคสแบบนี้ออกจะบ่อย
    เค้าเรียกกรรมหรือเปล่าวะเนี่ย เฮ้อ...
     
    แต่อ้อยเข้าปากช้างไปแล้วใครมันจะคืนง่ายๆวะ
    ยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณอ้อฟังเลย
    ถ้ารู้คงเป็นเรื่องเพราะเราบอกไปแล้วว่าขอคืนได้เหอะๆ
    -------------------------------
    ตอนนี้เลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
     
    เมล์ไปหาสถาบันภาษาของคิงแล้วไม่รู้จะได้เรื่องอะไรหรือเปล่า
    หวังว่าเค้าคงจะตอบเราในเร็ววันนี้
    ผล LSE ก็ไม่ออกซะทีสรุปว่าโชคชะตาฟ้าลิขิต
    ให้เราต้องไปเรียน KCL จริงๆใช่มั้ยเนี่ย
    ถ้าเป็นตอนนี้ก็ไม่เสียดาย LSE แล้วล่ะ รอนานจนไม่อยากซะแล้ว
    (แต่ถ้าตอบมาตอนนี้ก็เอานะ -โลภมากจิงวุ้ย)
    ----------------------------------
    กะว่าสุดท้ายจะยังไม่บอกคุณอ้ออยู่ดี
    (การไม่พูดถึงเลยน่าจะช่วยให้แกลืมๆไปก่อนช่วงหนึ่งอ่ะนะ)
    ยังดีที่ตอนนี้เราเป็นคนจัดการเรื่องสัดส่วนของเงินเอง
    สุดท้ายถ้าไม่ได้จริงๆกรณีแย่สุดๆ
    ก็คงไม่บอกอยู่ดี แต่ทำเป็นว่าธนาคารคืนเงินช้า
    แล้วทะยอยโอนเงินให้แม่จนครบจำนวนดีกว่า
    February 16

    ไม่เสือกซักเรื่องจะได้มั้ย

    ก็ตามหัวข้ออ่ะ ออกแนวหงุดหงิด
    รำคาญแล้วนะ บอกไว้ตรงนี้เลยว่า ตอนนี้ไม่อยากมีแฟน เบื่อ เค้าใจมะเบื่อโว้ย!
    ยังรักคนคนเดิมอยู่ ไม่ได้หนักหัวใคร มันไม่ชอบชั้นแต่ชั้นยังชอบมันน่ะมีปัญหามั้ย
    ตอนนี้ไม่ได้ชอบใคร เบื่อ สงสัยอะไรกันมากมายนัก
    ไอคนที่มันเข้ามามันน่าชอบนักนี่ เชียร์มันนักเมิงก็ไปเป็นแฟนกันเองสิโว้ย
    คนเราถ้าไม่ได้อยู่กับคนที่รัก แล้วอยู่คนเดียวไม่ได้หรือไงวะ
    ทำไมต้องคิดว่าจะต้องหาแฟนมาอยู่ข้างๆตลอดเวลา โตแล้ว ทำอะไรคนเดียวเองได้โว้ย เบื่อ
    ผู้หญิงนะถ้ายิ่งถูกแซวกับคนที่ไม่ชอบจะยิ่งรังเกียจเข้าใจมะ
    ถ้าไม่อยากให้เกิดผลในแง่ลบที่ร้ายกาจเช่นนั้นขึ้น ก็จงหยุดเสีย
    รวมถึงตัวเจ้าตัวด้วย ถ้ารู้ตัวก็หยุดซะ เราให้ได้แค่เพื่อนจะเอามั้ยเนี่ย?
     
    ชีวิตเราก็คนธรรมดาไม่ใช่ดาราจะอยากรู้อะไรกันมากมาย -*- เซ็งนะ
     
    เรื่องจะอ้วนขึ้นหรือผอมลงอะไรก็ทีแล้ว ยังเสือกกะชีวิตเราไม่พอใช่มะ
    มาไอเรื่องนี้อีก ขอเลยหยุดซะที เบื่อ แรกยังพอทนหลังๆชักจะเยอะเห็นเงียบๆไม่พูดอะไรเอาใหญ่เลยนะ!
    February 11

    จะไปแล้วจริงๆหรอเนี่ย!?

      ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวาย
      หลายคนคงเป็นแบบเรา เช่น ขวัญ เป็นต้น
      ก็ใกล้จะเดินทางกันแล้ว อีกหน่อยคงเหงาน่าดู
      แต่อย่างว่าแหละเพื่อนไปเจริญๆกัน เราก็ยินดีด้วย
      มาอัพเดทกันหน่อยว่าไปถึงไหนแล้ว
     
      สรุป
      เราสมัครมหาวิทยาลัยใน UK ไป 6 แห่ง
      ตอบรับเข้าเรียนแล้ว 5 แห่งเหลืออีกหนึ่งแห่งกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา
      มหาลัยที่รับแล้ว 5 ที่ก็มี      King's College London, University of London
                                              University of Edinburgh (Scottland)
                                              Queen Mary, University of London
                                              University of Southampton
                                              University of Essex
      ส่วนอีกหนึ่งแห่งที่รออยู่ ก็คือ LSE (London School of Economics and Political Science)
      สำหรับตอนนี้ ก็รอผลการพิจารณาจาก LSE ก่อนว่าเป็นไงบ้าง
      ถ้าไม่ได้ก็จะไปเรียน ที่ King's College นั่นแหละ
      (จริงๆแอบอยากไป Edinburgh มากเลยนะ เป็นมหาลัยเก่าแก่ในฝันของเราทีเดียว
      แต่ถ้าจะไปก็ต้องสู้กะที่บ้านกันจนเหนื่อยเลย เค้าก็ไม่ให้สมัครหรอก
      ที่ส่งไปเนี่ยเป็นความดันทุรังของเราเอง) 
      กำหนดการเดินทางกำหนดไว้เดือนกรกฎาคมนี้ เพราะPre-sessional Course เริ่มเรียนวันที่ 14 กรกฎาคมนี้
      นับถอยหลังอีก 4 เดือนรอได้เลยจะไม่เห็นเราที่เมืองไทยแล้วนะ ใจหายละสิ เราก็เป็นนะเนี่ย
     
      ส่วนที่พักตอนนี้กำลังจองอยู่ คงไม่ได้อยู่หอมหาลัยอย่างที่หวัง เพราะว่ามันกวนประสาทนิดหน่อย
      กะว่าตอนเปิดเทอมจะอยู่หอนอกของ Unite ตามคำแนะนำของ July เพื่อนเลิฟ
      จองไว้ห้อง 313 ชั้น 3 เลขนี้เป็นความจงใจ บางคนจะว่าเป็นเลขอาถรรพ์ก็ช่างมัน
      เพราะ ทำให้นึกถึงสมัยปี 1 ตอนเข้าธรรมศาสตร์ใหม่ๆ
      เป็นเมทกับไอเปิ้ล และทำให้ได้พบกับเพื่อนๆ TULA 
      เป็นห้องแห่งความทรงจำร่วมกับทุกคน
      เพราะจำได้ว่าทุกคนชอบมารวมตัวห้องเราทำบ้าทำบอกัน เป็นช่วงเวลาที่สนุกและประทับใจมาก
      ก็เลยตัดสินใจเลือกห้องเลขเดิมซะเลย มันอาจจะเป็นเลขนำโชคของเราก็ได้
      ขอให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่ที่ดีดี เหมือนที่ได้เจอพวกแกทุกคน ก็แล้วกัน
     
      แผนในอนาคต
      เดี๋ยวเสาร์ที่ 16 นี้ก็จะไปเที่ยวติดต่อไม่ได้อาทิตย์นึง
      กลับมาก็จะเดินหน้า ลงทะเบียนสมัคร Pre-sessional Course + จองตั๋วเครื่องบินเสียที
     (ไม่ว่า LSE จะตอบมาหรือเปล่าก็จะสมัครแล้วสิ้นเดือนนี้แน่นอน ขี้เกียจรอแล้วนานจริงๆ)
      หลังจากนั้นก็ ทำเรื่องขอจองหอมหาลัยช่วง Summer สำหรับตอนเรียนภาษา
      แล้วก็ลงเรียนคอร์สติว IELTS อีกทีเพื่อสอบใหม่ให้ได้ 7.0
      ในขณะเดียวกันก็เรียนภาษาเตรียมตัวไปอยู่ที่โน่น
       พอเอกสารเรื่องเรียนกับเรื่องที่พักทั้งหลายมาครบก็จะไปขอวีซ่าแล้ว
       และก็รอเวลา ....................บิน...................................บ๊ายบาย
     
     
       See you again BANGKOK and Nice to meet you, LONDON !!
     
    January 01

    New year

     
     
    "สวัสดีปีใหม่นะทุกคน ^_^"
    November 25

    รัก....แห่งสยาม

    แม้ว่าเราจะไม่ได้คบกัน
    แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน
     
    --------------------------
     
    เมื่อวานนี้ไปดูหนังเรื่องรักแห่งสยามที่โรงหนังแสนสะดวกหน้าบ้านมา
    กะว่าถ้า DVD ออกจะซื้อเก็บไว้ด้วยล่ะ
    เป็นหนังอีกเรื่องที่เราชอบมาก
    และทำให้เราร้องไห้อีกด้วย
    ใครจะว่ายังไงก็ไม่รู้นะ
    แต่เราเชื่อมานานแล้วว่า
    ความรักน่ะมันไม่มีเพศหรอก
    ไม่ต้องตกใจไปครั้งหนึ่งคนที่เราเคยชอบก็เป็นผู้หญิงอ่ะนะ
    แต่อย่างที่บอกไง เราไม่ใช่เกย์และก็ไบด้วย
     
    ----------------------------
    คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ชายมักจะใจแคบกับเรื่องแบบนี้นะ
    ไม่เข้าใจเหมือนกัน
    เราว่าคนบางคนแม้ว่าคนที่เค้าชอบจะเป็นผู้ชาย
    แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะชอบผู้ชายทุกคน
    และก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะไม่ชอบผู้หญิง
    แต่ว่า...
    บังเอิญว่าคนที่รักน่ะเป็นผู้ชายเท่านั้นเอง
    ไมได้รักที่เค้าเป็นผู้ชายอย่างที่ไอพวกผู้ชายชอบเข้าใจกัน
    แต่ว่ารักเพราะคนๆนั้นเป็นตัวของเขาเอง
    (แต่ว่าบังเอิญเป็นมนุษย์เพศชายด้วย)
    ดังนั้น เวลาเราเห็นผู้ชายบางคนทำท่ารังเกียจ
    เพศที่สาม (รวมถึงผู้หญิงที่ไม่สวยในสายตาของมัน)
    แล้วรู้สึกสมเพชชมัด
    ----------------------
    มองโลกในแง่ดีว่า
    ความรักน่ะทำให้โลกสวยงาม
    ดีกว่ามีคนเกลียดกันล้นโลก
    ไม่ดีกว่าหรอ?
     
    ปล. ชอบเพลงในเรื่องทุกเพลงเลยซื้อแน่ๆคะ ^_^
    November 21

    เวลา ความทรงจำ และเด็กขี้อิจฉา

     
    เผลอแป๊บเดียว ก็จะสิ้นปีอีกแล้ว
    คงเป็นเพราะช่วงนี้ทำอะไรวุ่นๆเลยลืมวันลืมคืน
    อย่างวันเกิดตัวเองปีนี้ก็มาเร็วกว่าทุกปี (ในความรู้สึกอ่ะนะ)
    รู้สึกตัวอีกที แม่กะพ่อโทรมาก่อนซะแล้ว
     
    19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
    เป็นวันที่ฉันตื่นเช้าที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้
    "ตื่นไปตักบาตร"
    (แต่ก็กลับมานอนต่อซะอย่างงั้น)
    ได้ไปเดินตลาดตอนเช้าด้วย
    ก็ดีเหมือนกันเป็นการรำลึกถึงบรรยากาศของตลาดเช้า
    ที่ฉันห่างหายไปนานมาก
    ไปเดินแล้วก็อดนึกถึงคุณยายไม่ได้เลย
    เพราะเมื่อก่อนจะต้องพามาบ่อยๆ เป็นลูกมือถือโน่นถือนี่
    เลยอดไม่ได้ที่จะซื้อพวกมาลัยติดมือกลับมาไหว้คุณตาคุณยายที่บ้านด้วย
    **ปีนี้เป็นปีที่อยู่คนเดียวทำอะไรคนเดียวก็แปลกดีไปอีกแบบเหมือนกัน**
     
    สำหรับวันเกิดปีนี้ฉันไม่ได้ขออะไรมาก
    แค่ขอให้..สิ่งที่ฉันตั้งใจหวังไว้ประสบความสำเร็จ
    ครอบครัวมีความสุข
    แล้วก็เจอโลกที่เป็นของฉันเองซะที
     
       ปล. ที่จริงสำรวจตัวเองมาซักพักแล้วว่า...ความรู้สึกที่แท้จริงของฉันตอนนี้คืออะไร
              ฉันคิดว่า ความรักน่ะมันคงหายไปนานแล้ว
              ก็ทดสอบด้วยตัวเองนี่แหละ ลองหลายอย่างและ...
               ลองคุยกับเค้า ลองถามคำถามทีคิดว่าตัวเองเคยอยากถาม
              แต่ผลก็คือ ทำไมมันไม่รู้สึกอะไรเลยวะ แต่กลับหงุดหงิดเวลาที่ได้ยินเค้าคุยอะไรให้ฟัง
             
              สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า..
              ฉันอึดอัด เบื่อ รู้สึกแย่ และรู้สึกว่าไอหมอนี่มันใครวะ ไม่อยากคุยด้วยเลย ไม่รู้จัก
              และไปจากที่นี่..ไปสร้างโลกที่เป็นของฉัน .. เป็นโลกที่ไม่มีคนๆนั้นอยู่
              คิดไปคิดมาแล้ว ที่ฉันรู้สึกแย่ๆตอนนี้คงเพราะ ฉันรู้สึกเหมือนว่า..
              ที่ผ่านมาโลกของฉันมันหยุดหมุนไป 2 ปีเต็มๆ และเป็นสองปีที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูเหมือนจะไปหมุนอยู่รอบตัวคนคนนั้น
              และพอ ภาพตรงหน้ามันหายไป ฉันก็รู้สึกเหมือนถูกทิ้งเอาไว้
              ...โดยที่ยังคงอยู่กับโลกที่..มีคนๆนั้นเป็นส่วนประกอบ เป็นโลกที่มีคนๆนั้นเป็นส่วนประกอบ
              เหมือนเด็กขี้อิจฉาเนอะ แต่ก็....มันอิจฉานี่นา
             อิจฉาที่>>
             ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคิด-----ในขณะที่ฉันต้องอดทนและสู้กับความผิดหวังและลุกขึ้นเอง
             เธอแย่งรอยยิ้มของฉันไป--------ในขณะที่เธอยิ้มอย่างมีความสุขกับโลกใบเดิมและใบใหม่ของเธอ
             เธอแย่งเพื่อนของฉัน------------ในขณะที่ฉันไม่อยากเจอพวกเขาและคอยตอบคำถามว่าทำไม?
             เธอแย่งเวลาที่เป็นความสุขของฉัน-------เวลาแสนหนักอึ้งเกือบ 1 ปีของฉันมันผ่านไปอย่างเชื่องช้า
             เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงความทรงจำเก่าที่ฉันไม่อยากจะจำแล้ว
             ในขณะที่เธอก็แค่ปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่จำอะไรเลย
            ถ้าเป็นไปได้ ตอนนี้ฉันไม่อยากเจอเธออีกแล้ว
     
            และถ้าเป็นไปได้ตอนนี้ ฉันอยากจะไปจากที่นี่ตอนนี้เลย
            อยากไปสร้างโลกใบใหม่ของตัวเองที่ไม่มีเธอ
     
    November 04

    555

    555555 ดีใจ

    สอบ IELTS ได้ 6.5 แล้วเฟ้ย!!!

    แค่นี้แหละ 55555

    (^__________________^)

     

    ปล.กะว่าจะสอบอีกแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่ได้ 7.0 ก็จะสมัครแล้ว

    ตอนนี้ค่อนข้างพอใจมั่กมากเพราะว่าทุก Band ก็ไม่มีปัญหา

    ยังไงก็เรียนภาษาเพิ่มอีกแค่ 4 week เท่านั้นแค่นี้เราก็โอแล้วอ่ะนะ

    ค่อยยังชั่วหน่อย ตอนแรกคิดว่าอุตส่าห์ออกจากงานมาทำบ้าเรียนภาษาอยู่อย่างเดียว

    ถ้าสอบไม่ได้ซะทีคงเครียดน่าดู

    แต่ตอนนี้ก็มีเรื่องใหม่ให้เครียดกัวส่งใบสมัครไม่ทัน กัวหา reference ไม่ได้

    ทำไมเราขี้กังวลอย่างงี้วะ

    September 08

    Speak out!

     
      ช่วงนี้เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกเลย
      แต่รู้สึกมีความสุขกว่าตอนทำงานเยอะ สงสัยเราจะชอบเรียนมากจริงๆแฮะ
     
      ตารางชีวิตช่วงนี้ : จันทร์ - ศุกร์
     
      IELTS Preparation Course :10 a.m.-1 p.m.
     
      IELTS Writing course       :2 p.m.-5 p.m.
     
      ทั้ง 2 course มีการบ้านทุกวันโดยเฉพาะการบ้านที่เน้นหนักไปที่ writing วันละ 2-4 เรื่อง
      กลับถึงบ้านเราก็ทำแต่การบ้านนอนตี 1 -2 ทุกวันเลย ช่วงนี้โทรมมั่กมาก
      (แต่ก็ยังพยายามจะสวยทุกวันไปเรียนเพื่อความสดชื่น+ความเก็บกดจากตอนทำงานที่ไม่ได้แต่งตัวสวยๆเลย 555+)
      อยากลงคอร์ส Speaking อีกอันหนึ่งด้วย มันจะเปิดต่อหลังจากที่ Writing course จบแล้วเวลาเดียวกันเป๊ะ
      อยากพูดเก่งๆอ่ะ อันนี้ใครมีเคล็ดลับช่วยบอกที
      เราไม่รู้จะทำไงแล้ว ที่พยายามทำอยู่ก็มีพูดแล้วอัดเสียงตัวเองไว้แล้วลองเอามาฟังดูว่ามีข้อเสียยังไงต้องแก้ตรงไหน
      แล้วก็อัดฟังใหม่ลองคิดหัวข้อ Topic ใหม่ๆมาพูดดู
      และถ้ามีโอกาส(ซื้อหายากมาก)ก็จะพยายามขอน้ำใจจากเพื่อนที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องให้คุยกะเราเป็นภาษาอังกฤษหน่อย
      ก็...ทำได้แค่นี้แหละเมื่อไหร่จะเก่งวะ เบื่อตัวเองจัง
     
      และยังมีสิ่งที่ลืมไม่ได้อีกหนึ่งอย่างคือ Thesis ที่ใกล้จะเสร็จแล้ว
      (แม่เรากังวลมากเลยกลัวว่าเราจะทิ้งมันไว้ไม่ทำต่อ--ไม่ต้องกังวลค่ะ นุ่นทำต่อแน่
      เรียนมาแล้วสามปีกว่าใครจะทิ้งได้ลงคอ จะจบอยู่แล้วเชียว)
      แต่ก็มีมารมาผจญจนได้ นั่นคือ ไอเจ้าโน้ตบุคเครื่องใหม่ที่ซื้อมาได้สองเดือนเสียแล้วสองหน
      มันก็เกิดอาการประสาทๆอีกจนได้ ทำให้เราต้องเขียนบทเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา
      ไม่สามารถ back up ข้อมูลเก็บไว้ได้ทันอ่ะ เพราะทำงานอยู่มันก็ดับไปเลยเปิดไม่ได้ตอนนี้ไฟไม่เข้าแล้ว
      เซ็งเป็นบ้า...............ช้านนนนนนนนนนเกลียดแก.....................ไอบ้า
      ก็เลยคิดว่าหลังจากซ่อม(ฟรี)เสร็จแล้วคราวนี้จะเอามันไปปล่อยวัดปล่อยวาซะที ลาขาดเลย
      และก็จะไม่ซื้ออีกแล้ว VaiO เบื่อมัน ไม่ได้เหมาทุกเครื่องหรอกเราอาจจะโชคร้ายเอง
      แต่ก็เสียความรู้สึกไปแล้วอ่ะ คงไม่ใช้ยี่ห้อนี้อีกแล้ว
     
      ปล.
      - อยากอ่านการ์ตูนใจจะขาดง่า เชื่อมั้ยว่าไม่ได้อ่านมาสองอาทิตย์แล้ว จะลงแดง ง่าง่า
      - อยากเล่นเกมด้วย แต่ก็ไม่มีเวลาจะเล่น คอมเจ๊งอีก (นี่แม่ส่งเครื่องเก่ามาให้ใช้จากภูเก็ตโน่น เลยไม่กล้าซ่ามาก
      ขืนเจ๊งไปอีกเครื่อง ไม่มีทำงานกันพอดี)
      - อยากได้คะแนน IELTS ดีดีจัง ไม่ขอมากนักร้อกกกก....ขอนู๋ซัก 7.0 ก็พอนะคะ 55555+ (ฝันไปก่อนนะเอ็ง)
      - ถ้าได้คะแนน IELTS + สมัครมหาลัยแล้ว อยากกลับไปอยู่บ้านยาวๆเลย เบื่อที่นี่ เบื่อคนบางคนแถวนี้ด้วย (ไม่ได้หมายถึงเพื่อนๆนะ)
      และให้มหาลัยรีบตอบรับมาด้วยยิ่งดี อยากไปเจออะไรใหม่ๆ ซะที ชีวิตชั้นจะได้ดีขึ้นซะที จะได้หลุดพ้นจากความรู้สึกแย่ๆนี่ซะที
      - และสุดท้าย.....อยากผอมอ่ะ--ขอบอกตั้งแต่เริ่มเรียนภาษาเนี่ยน้ำหนักลดแล้วเว้ย! ดีใจๆๆ5555 ทั้งๆที่ตอนทำงานพยายามมาตลอดแต่ไม่ลงซักที
    August 09

    หลายอย่างๆ

     
     
    วันนี้ได้เมล์จากพี่ที่ทำงานเป็นเรื่องของเพื่อนพี่เค้า...
    เพื่อนๆคงได้อ่านกันแล้วอ่ะนะ เพราะเราส่งให้ทุกคนด้วย อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยล่ะ
    ตอนนี้มีโอกาสทำสิ่งดีดี ก็ทำให้พ่อกับแม่เถอะนะ เวลามันย้อนกลับมาไม่ได้
     
    ใกล้จะได้ออกจากงานจริงๆแล้ว
    แม้ว่าจะรู้สึกดี แต่อีกใจหนึ่งความกังวลมันรอเราอยู่เงียบๆในใจยังไงไม่รู้
    กลัวนะ กลัวทำไม่ได้ กลัวคนที่เค้าทำเพื่อเราหวังกับตัวเราจะผิดหวัง และกลัวตัวเองผิดหวังด้วย
    อุตส่าห์ออกจากงานแล้ว ก็เหมือนทุบหม้อข้าวตัวเองอ่ะ ถ้าทำไม่ได้คงไม่มีหน้ากลับไปพบใครว่ะ
    สรุปคือสิ่งที่รออยู่มีเพียงอย่างเดียวคือ ต้องทำให้ได้เท่านั้น สู้ๆ ไอนุ่น!!
     
    พรุ่งนี้ก็กลับบ้านแล้ว เหมือนกลับไปพักผ่อนอยู่ช่วงหนึ่งได้กลับไปอยู่ในที่ที่สงบที่สุด สบายใจที่สุด
    จริงๆแล้วถ้าทำได้ก็อยากอยู่ตลอดไปอ่ะนะ แต่เราก็รู้ว่าความจริงแล้วมันยาก
    ถ้าวันเรียน IELTS มันเริ่มวันที่27 สิงหาละก็๋ คิดว่าได้กลับบ้านอีกซักหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่จะไม่ได้กลับอีกจนกว่าจะทำอะไรต่อมิอะไรเสร็จสิ้น
    คราวนั้นแหละคงได้กลับยาวก่อนเตรียมตัวไปนอกของจริง
     
    วันนี้ได้อ่านวารสารกฎหมายใหม่ของที่ทำงานฉบับล่าสุดละมัง
    เค้าลงบทสัมภาษณ์ อาจารย์ ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก
    เกี่ยวกับหนทางสู่โรงเรียนกฎหมาย Standford ด้วย
    อาจารย์ไม่ได้จบป.ตรีเกียรตินิยมใด ๆ เรียนมาอย่างชิวๆ
    และก็ไม่ได้มีคุณสมบัติใดๆ ตามที่ Standford ต้องการเลย
    แต่อาจารย์บอกว่าแกได้ Recommendation ดีเลยได้ไป
    ในตอนแรกใครได้ยินก็ว่าแกโชคดี แต่แกบอกว่าไปถึงแล้วน่ะ
    มันเจอความลำบากของจริง เพราะไม่พร้อมจริงๆ ไปถึงก็เลยแย่กว่าเพื่อน
    มีทั้งช่วงเวลาที่ยากลำบาก ท้อ เหนื่อย จนคิดไปว่าเรามาทำอะไรที่นี่
    ถ้าไม่จบกลับไปจะเป็นยังไง สุดท้ายแกก็พยายามๆๆๆๆ จนในที่สุดก็สำเร็จเป็นบัณฑิตปริญญาเอกของ Standford
    แล้วที่น่าประทับใจคือคำพูดของอาจารย์ของแกที่ Standford มากๆเลยมีหลายอันอ่ะนะ ขอยกมาเล็กน้อยแล้วกัน
     
    "วันแรกที่คุณมาที่นี่ คุณไม่มีคุณสมบัติของคนที่จะมาเรียนที่นี่เลยแม้แต่นิดเดียว
    แต่วันนี้คุณจงภูมิใจเถอะ คุณได้ออกไปอย่างคนที่มีคุณสมบัติที่สำเร็จจากที่นี่แล้ว" (จำได้ประมาณนี้อ่ะนะ)
    แล้วก็คำพูดของอาจารย์อีกคนที่บอกว่า
    "คุณกลับไปแข่งกับอาจารย์ของคุณได้แล้วนะ" แม้อาจารย์จะบอกว่าตัวแกไม่แข่งกับอาจารย์หรอกเพราะยังไงวัฒนธรรมไทย
    เราต้องเคารพและกตัญญูต่ออาจารย์ แต่อาจารยคนนั้นก็พูดต่้อว่า "ถ้าคุณไม่เก่งกว่าอาจารย์ของคุณ ลูกศิษย์ของคุณ
    ไม่เก่งกว่าคุณ แล้วอนาคตของมนุษย์จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร แต่คุณอย่าลืมว่าอาจารย์ก็จะต้องพัฒนาไม่ยอมให้คุณ
    เก่งกว่าหรอกนะ แต่ถ้าเมื่อใดที่อาจารย์ไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว คุณจะต้องเก่งกว่าอาจารย์ให้ได้"
     
    อ่านแล้วก็ทึ่งอ่ะ...แม้ว่าอาจารย์จะบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนเก่งแต่เป็นคนที่โชคดีมากกว่า
    แต่สุดท้่ายคนที่พยายามจนผ่านความยากลำบากทั้งหลายมาได้มันก็ เก่ง อยู่่ดีล่ะ
    เรานับถือในความพยายามและมุ่งมานะของอาจารย์จริงๆเลย ชอบๆ
    เค้าดูเป็นคนเก่งที่ยังเป็นคนธรรมดาอยู่น่ะ ถ้าคนเก่งใกล้ตัวเรา (?) เป็นแบบนี้บ้างก็ดีสินะ
     
    คนเราก็ต้องรู้จักจังหวะของชีวิตสิจริงมั้ย! อย่าไปเกร็งน้องอย่างไปเกร็ง
    June 13

    ก็เป็นซะอย่างงี้

     
     
     
    "ก็อยากให้รู้...ว่านับตั้งแต่วันนั้น ทุกวินาทีของฉัน
     
    บอกกับฉันว่า โลกนี้...มีเธออยู่..
     
    เพราะฉันไม่เคยรู้สึก..อะไรมากมายเท่านั้น
     
    ก็อยากให้รู้..แม้จะอยู่ห่างไกล หรือแม้เธออยู่ตรงไหน
     
    ..โลกนี้ยังมีใครซักคนหนึ่ง..
     
    ที่คิดถึงเธอทุกวัน และทำให้หมดคำถามจากใจ"
     
    /////////////////////////////
     
    ชีวิตตอนนี้มันก็แปลกดีเหมือนกันแฮะ!!
     
    อย่างที่เคยเขียนไว้คราวที่แล้วว่า เราชอบชีวิตตอนนี้มากๆ เพราะสบายใจแล้ว
     
    ก็เหมือนชะตาเล่นตลก
     
    เวลา Ring tone เพลง minute of love ของอาร์มแชร์ ดังทีไร ต้องแอบตื่นเต้นทุกที
     
    (แต่ไม่ต้องห่วงเราไม่เป็นไร สบายมั่ก)
     
     
    พอเรารู้สึกว่าเราอยู่ได้
     
    เราก็รู้สึก (ไม่รู้คิดไปเองมั้ย) ว่า ทางโน้น เริ่มที่จะเป็นฝ่ายอยากคุยกับเราเองบ้าง
     
    จะเรียกว่าอยากคุย หรือว่า...อย่างอื่นดีนะ
     
    เอาเป็นว่าไม่ใช่อย่างแรกก็แล้วกัน
     
    เพราะหัวข้อส่วนใหญ่ที่โทรมาก็คือ
     
    ถามทาง แล้วก็......อืม....ก็ถามทางนั่นแหละ 555
     
    ส่วนการถามสารทุกข์สุขดิบนั้นก็..เป็นเพียงของแถม
     
    ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี
     
     
    แต่ยังไงก็ตาม มันก็เป็นเครื่องทดสอบที่ดีกับใจเราเองว่า
     
    เราเริ่มลุกขึ้นมาได้อีกครั้งแล้ว!
     
    ////////////////////////////////
     
    เราได้แต่หวังว่าซักวันหนึ่ง
     
    เราจะพูดคำว่า
     
    "โชคดีนะ ลาก่อน นุ่นไปแล้วนะ บายบ๊าย"
     
    ได้อย่างเต็มปากซะที
     
    (ทางโน้นจะว่าไงไม่รู้แต่ฉันจะไปแล้วว่างั้นเถอะ)
     
     
    May 31

    ตอนนี้

     
     
     
    ชีวิตตอนนี้ไม่มีอะไรหวือหวา
    แต่ชอบนะ!
     
    การได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้งได้ใช้เวลาเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่
    มันทำให้เรารักตัวเองมากขึ้นอีกโขเลย
    ตอนนี้ฉันรู้สึกแข็งแรงดีมากๆ
     
    ดีใจที่สุดเลย!!เย้
     
    รู้สึกมีแรงฮึดมากมายมหาศาลที่ทำให้ฉันอยากทำโน่นทำนี่เต็มไปหมด
    จนตอนนี้เหมือนว่าจะกลายเป็นคนไฮเปอร์ไปแล้ว 5555+
     
    ดังนั้น ตอนนี้ก็เลยกำลังตั้งใจทำเรื่องของตัวเองให้ดีที่สุด
     
    แจ้งความคืบหน้ากันสักนิดสำหรับป.โท
    ตอนนี้กะลังขึ้นสอบเค้าโครงแล้วล่ะ
    อาจารย์อ่านครั้งเดียวผ่านเลย
    ไม่แก้ไรเลยบอกว่าใช้ได้แล้ว
    ให้แก้ข้อความที่พิมพ์ผิดเล็กน้อยแล้วก็เช็คพวกคำแปล
    กับให้ไปย่อมากให้สั้นกว่านี้สบายใจว่ะ
    ตอนนี้ก็เลยได้พัก(แม้ว่าจะช่วงสั้น ๆ)ระหว่างรอสอบ
    อิ อิ อิ
    (^_____________^)
    ความฝันว่าจะจบในเร็ววันนี้ใกล้เป็นจริงแล้ว
     
    ก็เลยกลับมาหมกมุ่นกับการเรียนภาษาอีกครั้งหนึ่ง
    ขอบอกให้ทราบโดยทั่วกันว่า
    สำหรับช่วงสามเดือนนับจากนี้เป็นต้นไป
    เราจะว่างเฉพาะวันอาทิตย์ช่วงเช้าจนถึงเวลาบ่าย 3 โมงเย็น
    ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์เย็นเป็นเวลาเรียนภาษา
    เอาวะมาลุยกันซักตั้ง
    จะตายเพราะเรื่องนี้ก็ให้มันรู้ไป
     
    ถึงเวลาต้องเอาจริงซะทีแล้ว ทำอะไรเพื่ออนาคตของตัวเองซะที!
    อยากเห็นตัวเองในอีกปีหนึ่งข้างหน้าเร็วๆจัง
    ฉันกำลังทำอะไรอยู่นะ?
    May 15

    ก็ชอบอ่ะ

     
     
     
    "เราต่างก็ต้องการใครซักคนที่เอาไว้นิสัยเสียด้วยได้
     
    เป็นคนที่ยอมรับเราได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าเราจะเป็นยังไงก็ตาม
     
    คงเพราะเหตุผลนี้ จึงทำให้ฉันไม่สามารถไปจาก ที่นี่ "
     
    from 'kimi wa petto',said by Takeshi   
     
     
     
      -------------------------------
     
    ชอบว่ะ!  
      by  นุ่น   
    April 20

    เวลาที่เหลืออยู่?

     
     
      เมื่อช่วงหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา..
      คืนก่อนกลับมากรุงเทพ ปาป๊าชวนดูหนัง DVD เรื่องที่ซื้อมาไว้นานแล้ว
      แต่ไม่เคยดูซักทีชื่อว่า "United 93"
      ก็ไม่รู้ว่าเรื่องไรหรอกนะรู้แต่ว่าหน้าปกเป็นรูปเครื่องบินเท่านั้นเอง
     
      พอหนังเริ่มฉายฉันกับแม่ที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือนิยายกันคนละเล่ม
      ก็ถูกบังคับกลาย ๆ ให้ละสายตามาสนใจกับภาพยนตร์ที่ฉายบนทีวีจอใหญ่ข้างหน้า
      ในขณะที่ปาป๊าคนชวน.......เริ่มส่งเสียงกรนเป็นจังหวะ.../// ''-_-
     
      หนังกล่าวถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ของวันประวัติศาสตร์ที่อเมริกาและโลกจะต้องจำไปอีกนาน
      เช้าวันที่ 11 กันยายน...
      เรื่องเริ่มขึ้นนับแต่วินาทีที่เที่ยวบินของสายการบิน United Airline ขึ้นจากสนามบินในชิคาโก (หรือ DC วะ?)
      โดยที่ผู้โดยสารแต่ละคนไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่า นั่น..จะเป็นเที่ยวมรณะที่ทำให้พวกเขาไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง
      
      ขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าวยังไม่ถูก Hi-jack มีเครื่องบินอีก 3 ลำถูก Hi-jack ไปแล้ว
      และเครื่องบินทั้งสามลำก็ถูกบังคับให้บินไปชนเป้าหมาย อย่างที่ทราบกันก็คือ ตึก World Trade Center
      และทำเนียบขาว (หรือว่าแพนตากอนหว่า?? ....จำไม่ค่อยได้)
      โดยที่ผู้โดยสารและลูกเรือของ United 93 ไม่ล่วงรู้ถึงชะตาของตนเองว่าจะต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน
     
      ตัวหนังกล่าวถึงช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจที่สุด...คือช่วงเวลาที่ตัวละครทุกตัวรู้ว่าตัวเองจะต้องตายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
      เพราะโจร 4 คนได้ใช้ระเบิดมาขู่พร้อมทั้งควบคุมเครื่องแทนเหล่านักบินที่กลายเป็นศพ! ไปซะแล้ว
      ต่างคนต่างใช้ช่วงเวลาที่น้อยนิด ติดต่อกับบุคคลอันเป็นที่รัก
      บางคนโทรไปหาพ่อ แม่
      บางคนโทรไปหาสามี และลูก
      บางคนโทรไปหาคนรัก
      บางคนโทรไปหาคนที่แอบรักมานานแต่ไม่เคยบอก
      บางคนโทรไปหาคนรักเก่า ที่ยังรักเขาอยู่
      บางคนโทรไปที่บ้านเพื่อบอกรหัสตู้เซฟ ที่ซ่อนเงิน ฝากฝังทรัพย์สมบัติ
      ......... 
     
      แต่ในท้ายที่สุด แลกกับการนั่งรอความตายอย่างเงียบๆ
      เหล่าผู้โดยสารก็ลุกขึ้นสู้ แม้รู้ว่าหนทางรอดที่ว่า...อาจไม่มีมาตั้งแต่แรก
      ด้วยการลุกฮือขึ้นรุมประชาทัณฑ์ ฆ่าพวกโจรไปได้ 3 คน
      และพยายามใช้กำลังเข้าแย่งเก้าอี้นักบิน
      เพื่อให้ผู้โดยสารที่ขับเครื่องบินเป็นบังคับเครื่องแทน
      และสุดท้ายขณะที่...ผู้ชมลุ้นกันตัวโก่ง
      เครื่องบินก็โหม่งโลกพอดี!!
     
      ผู้โดยสารตายทั้งลำ แต่...โจรก่อการร้ายผิดหวัง อเมริกา รอดอย่างหวุดหวิดจากความย่อยยับที่อาจจะมีมากกว่านี้
     
      เรื่องจบลง....เสียงถอนหายใจของเราและแม่ดังขึ้นพร้อมกันอย่างเสียดาย
     
      สำหรับผู้ชม..เรื่องราวที่ว่าอาจเป็นแค่หนังเรื่องหนึ่งที่ตอนจบไม่เป็นที่พึงใจ
      แต่สำหรับผู้เสียชีวิตและญาติ...มันคือเรื่องจริงที่ไม่อาจย้อนกลับไปเริ่มใหม่ได้อีกครั้ง
      ถึงหนังอาจจะธรรมดา..แต่ความรู้สึกร่วมกับหนังยังติดอยู่กับฉันไม่หายเสียที
     
     
      บ่ายวันรุ่งขึ้น..ฉันก็เดินทางกลับกรุงเทพโดยเที่ยวบินของบริษัทการบินไทย
      ตลอดการเดินทาง...ในใจก็หวนประหวัดไปถึงหนังที่ดูเมื่อคืนก่อน..ตลอดการเดินทาง
     
      เพราะอนาคตนั้นไม่แน่นอน วันพรุ่งนี้อาจไม่ได้มีอยู่สำหรับทุกคน
      ถ้ามีอะไรรีบทำตอนนี้ ก็ควรรีบทำเสียตั้งแต่ตอนที่มีชีวิตอยู่
      ไม่เช่นนั้น คงเหมือนสำนวนหนังจีน
      "นอนตายตาไม่หลับ" แน่ๆ
       ได้ยินกันมาเป็นร้อยๆหนแต่ก็ไม่เข้าใจลึกซึ้งเสียที
     
      คนที่มีความสุขที่สุดและไม่มีสิ่งที่ติดค้างกับโลกใบนี้อีกแล้ว
      เมื่อเวลานั่นมาถึง...ก็คงไม่หวาดกลัวอะไรทั้งนั้น
      คงเหมือนกับคำพูดของซิสเตอร์สมัยที่อยู่โรงเรียนประจำ
      ที่ฉันได้ยินบ่อยๆว่า.."จงเตรียมตัวให้พร้อม...เพราะเราไม่รู้ว่าเวลานั้นจะมาเมื่อไหร่"
     
      ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้....
      ถ้าฉันจะต้องตายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...
      เรื่องที่ฉันอยากทำก็คงจะเป็น..
      ฉันอยากกลับบ้าน
      และในขณะเดียวกัน
      ฉันก็อยากให้ตอนนี้ฉันกับคนคนนั้นกลับมาเดินด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง
      (แม้ฉันจะรู้ว่าสำหรับเขาที่มองสิ่งอื่นเป็นเรื่องใหญ่เสมอ (ยกเว้นเรื่องนี้) คงไม่เห็นด้วยแน่ๆ
      แต่ก็อยากให้เขาคิดอย่างฉันบ้างจังแฮะ)
     
      หลังจากเดินทางถึงจุดหมาย
      ฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับคนคนนั้นเล็กน้อย
      เราคุยกันหลายเรื่องถึงเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสุข
      ฉันเล่าถึงหนังเรื่องนั้นให้ฟังด้วย...
      ตอนก่อนจะวางจากกัน
      ฉันพูดกับเขาว่า...
      "รู้มั้ยว่านุ่นคิดมาหลายรอบแล้วว่า ถ้าเกิดรู้ตัวว่าจะต้องตาย
       นุ่นก็จะทำสิ่งที่อยากทำอย่างที่ใจคิด
       ถ้าเลือกได้นุ่นจะโทรหาพ่อกับแม่ แล้วก็กลางนะ
       รู้อย่างนี้แล้ว ถ้านุ่นโทรหา ต้องรับด้วยล่ะ ไม่งั้นนุ่นคงตายอย่างไม่สงบ
       แล้วคงตามไปหลอกหลอนเธอแน่ๆ เลย"
      ฉันได้ยินเสียงเขาขำๆมาตามสาย ก็คงตลกอ่ะนะ
     
       ถามคนอ่านบ้างดีกว่า.......(วันนี้พูดมากจังวุ้ย?)
       ถ้ารู้ตัวว่าจะตาย อยากทำอะไรก่อนตายบ้าง
       แต่บอกไว้ก่อนว่า เอาความปรารถนาสุดท้ายจริงๆนะ
       แบบที่ว่า ถ้าไม่ได้จำจะตายอย่างมีทุกข์หรือทำให้รู้สึกว่ายังตายไม่ได้ตอนนี้น่ะ
       ใครมาแอบอ่านก็ช่วยตอบๆกันหน่อยก็ดีนะ เอาน่าหนุกๆ
    March 11

    ขออย่างงี้...หนึ่งห่อ กลับบ้าน ด้วยยยยยยยยย

    วันนี้ไม่มีอะไรนอกจาก..........................
    เข้ามากรี๊ดคะ..........กรี๊ด โคอิเกะ เทปเป น่ารักที่สุดในโลกเลยยยยยยย
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    เพิ่งดูหนังเรื่อง Lovely Complex ไปเป็นรอบที่ 4
    เพื่อชื่นชมความน่ารักของพระเอก
    สุดท้ายก็ทนไม่ได้เลยเอารูปมาฝาก
    ประกาศความน่ารักของพ่อหนุ่มคนนี้
    ชอบอ่ะ........ห่อให้ด้วยดิ ที่นึงนะนะนะ
     
    IPB Image
     
    IPB Image
        ProFile :
        ชื่อ--- เท็ปเป โคอิเกะ <Teppei Koike>
        เกิดวันที่--- 5 มกราคม 1986 ปัจจุบันอายุ 19
        บ้านเกิด--- เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
        กรุ๊ปเลือด---- B (โอ๊ะๆ...หนุ่มตัวร้ายผู้ชายกรุ๊ป B 555)

        ส่วนสูง---- 167 เซนติเมตร (ก็ไม่เตี้ยเท่าไหร่นะ....แค่นี้แหละดีแล้วน่ารักๆๆๆๆ-ถึงจะเตี้ยก็ไม่มีปัญหา อิ อิ)

        น้ำหนัก---- 52-54 กิโลกรัม
        งานอดิเรก--- กีต้าร์ บาสเกตบอล
        อาหารโปรด--- ราเม็ง
     
        ผลงาน
        ปี 2001 ชนะเลิศการประกวด Junon Super Boy - Spring ครั้งที่ 14
        ปี 2002 เข้ามาโตเกียว, เดบิวเป็นครั้งแรก
        ปี 2003 ฟอร์มวงกับเอย์จิเป็น WaT 
        (WaT มีสามาชิกสองคน คือ WentZ And Teppe เลยย่อว่า WaT ไง>>ตระเวนเลล่นสตรีทไลฟ์มาตั้งแต่
        ปี 2002 ด้วยคนดู 300 คน จนกระทั่งปี 2003 มีจำนวนคนเข้าดูไลฟ์ถึง 1000 คน เลยทีเดียว และในปี 2004
        ก็ได้ออกซิงเกิ้ล[Sotsugyou TIME] และมีไลฟ์เป็นของตัวเองครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ที่ชื่อว่า
        「WaT Entertainment Show Vol.1」และมี 「WaT Entertainment Show Vol.2」อีกครั้งในเดือน
        ตุลาคม จนมาปีนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็มี 「WaT Entertainment Show Vol.3」อีก
        และในที่สุด...............ก็ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการในนาม WaT)
        ปล.ขอบคุณข้อมูลจากเวป
        ปี 2004 ละคร Water Boys 2
        ปี 2005 ละคร Gokusen 2, Dragon Sakura, Oniyome Nikki, Lovely Complex
                  ภาพยนต์ - Daregatameni

    IPB Image

    <<<และก็มีอีก.....หลายรูป....>>>
     
     
    (^_______^)
    น่ารัก..ชิ..มิ..ล่า อิ อิ อิ
     
    ...โอ๊ะ โอ ยิ้มแล้วใจละลาย 55555
    (บ้าไปแล้ว)
    ใส่แว่นก็น่ารัก.......อิ อิ ^o^
    ทำอะไรก็น่ารักไปโหมะเลยยยยยยยย
     
    อิ อิ
     
     
     
     IPB Image
       ปล. เหอะๆ พอดีกว่าเดี๋ยวจะมีคนว่าเราบ้า
            มานั่งคิดดูแล้ว...เรานี่ก็ชอบแต่คนตัวเล็กๆจริงๆด้วยวะ (ดูรูปแล้วก็กรี๊ดดดดด อีกหนึ่งที 55555 น่ารักจริงๆอิ อิ)